โรเมลู ลูกากู ‘ชีวิตใหม่ ที่ใช่เลย’

thumbnail

โรเมลู ลูกากู หรือที่เรารู้จักกันในฉายา ‘ตู้เย็น’ ที่ถ้าถามถึงที่มาของฉายา ก็ต้องย้อนรำลึกกันยาว

ไปถึงสมัยที่ บิ๊กตู้เล่นให้กับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในสัญญายืมตัวจากเชลซี โดยมาจากเพลงเชียร์ที่แฟนๆ

เวสต์บรอมร้องเชียร์หัวหอกชาวเบลเยี่ยมคนนี้ โดยเป็นเพลงที่มีชื่อว่า ‘Lukaku bigger than a fridge’

ที่แปลเป็นไทยง่ายๆว่า ‘ลูกากูผู้ตัวใหญ่กว่าตู้เย็น’

ชีวิตของลูกากูในรั้วโอล แทรฟฟอร์ดนั้น ไม่ง่ายนัก เรียกได้ว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเลยก็ว่าได้

เพราะเจ้าตัวถูกแฟนๆยูไนเต็ด สบประมาทต่างๆนานาตั้งแต่ก่อนย้ายทีมมาเลยทีเดียว

แม้จะฟอร์มดี และยิงอย่างต่อเนื่องในนามทีมชาติ แต่ลูกากูกับแมนฯยูไนเต็ดกลับไม่เป็นอย่างนั้น

แม้ในปีแรกฟอร์มการเล่นจะพอถูไถไปได้ แต่พอเข้าปีที่สอง ฟอร์มการเล่นกลับดร็อปลงอย่างน่าใจหาย

แฟนบอลหลายๆคนมุ่งเป้าโจมตีไปที่หุ่นที่อ้วนเทอะทะของเขาอีกเสียด้วย หลายเกมการแข่งขัน ที่ลูกากู

ได้ตกกลายเป็นแพะ รองรับอารมณ์แฟนบอล เรียกได้ว่า เล่นดีเสมอตัว เล่นแย่จมกองตรี***

จนท้ายที่สุด ‘โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์’ ก็ตัดสินใจแยกทางจากกันไป ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่า

โซลชาร์ไม่ได้ปล่อยนักเตะที่ไม่เก่ง ไม่เช่นนั้น นักเตะหลายคนในทีมในทีมปัจจุบัน คงไม่ได้ยืนอยู่ในทีมตอนนี้

แต่มักจะเลือกปล่อยนักเตะที่ไม่เข้ากับแนวทางในการทำทีม รวมถึงนักเตะไม่มีใจเสียมากกว่า

‘คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก’ วลีที่ตรงกับลูกากูมากที่สุดในตอนนั้น จะมีประโยชน์อะไรกับการอยู่อย่างไร้ค่า

ลูกากูตัดสินใจย้ายไปเล่นใน ‘ซีเรีย อา’ ลีคสูงสุดในอิตาลี เข้าสู่อ้อมอก ‘อันโตนิโอ คอนเต้’ จูบปากกันอย่างชื่นมื่น

ลูกากู ย้ายไปอยู่กับงูใหญ่ ‘อินเตอร์ มิลาน’ ด้วยสัญญา 5 ปี กับค่าตัว 74 ล้านปอนด์ พร้อมกับบรรยาย

ความรู้สึกการย้ายทีมในครั้งนี้ว่า “อินเตอร์เป็นเพียงสโมสรเดียวที่ผมต้องการ เพราะอินเตอร์ไม่ใช่สโมสรสำหรับ

ใครก็ได้ ผมมาอยู่ที่ เนรัซซูร์รี่ เพื่อพาสโมสรกลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง” อดีตดาวยิงแมนฯยูไนเต็ดกล่าว

‘คนมันใช่ ทำอะไรก็ใช่’ และก็ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวอะไรให้มากความสำหรับลูกากู ที่ล่าสุดได้ทำสถิติ

กลายเป็นนักเตะคนแรกของอินเตอร์ มิลาน ที่ยิงได้ 9 ประตู ในการลงเล่น 11 เกมแรก ในกัลโช่ เซเรีย อา

หลังจากกดไป 2 เม็ด พาทีมบุกชนะโบโลญญ่า 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

และนี่ก็อาจเรียกได้ว่า เป็นการกลับมาเกิดใหม่อย่างเต็มตัว ซึ่งผลงานนี้ ช่างสวนทางกับฟอร์มการเล่น

ของอดีตต้นสังกัดของลูกากูอย่างแมนฯยูไนเต็ดเอามากๆ แม้เรื่องผลงาน มันอาจจะมีหลายปัจจัยที่เข้ามาข้องเกี่ยว

แต่ถ้าผมเป็นลูกากู ตอนนี้ผมคงนั่งดูไฮไลท์แมนฯยูฯ อยู่บ้าน พร้อมกับหัวเราะในลำคอว่า “หึ หึ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top