ออกจากงานเพื่อไปดูบอลรอบโลก เป็นแค่ฝัน?

ฟังดูผ่านๆนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริงใครกันจะกล้าลาออกจากงานของตัวเองในยุคเงินทองหายากยิ่งกว่าอะไร แต่ไม่ใช่สำหรับแฟนบอลตัวยงผู้มีความฝันของเธอคนนี้ ในตอนนี้ที่เธอลาออกจากงานเธอไม่มีบ้านไม่มีรถและไม่มีแผนใดใดทั้งสิ้น แต่อีกหกเดือนต่อมาเธอได้ไปดูบอลที่สนามจริงทั้งหมดกว่า 60 แมทช์ และไปดูมาแล้วถึง 13 ประเทศ เธอครับคุณฟังไม่ผิดเธอคือผู้หญิงที่มีชื่อว่า เจสสิก้า มาโลน เธอเป็นผู้หญิงวัย 33 ปีชาวอเมริกันเธอชื่นชอบฟุตบอลถึงขนาดหมาของเธอยังตั้งชื่อตามนักฟุตบอลชื่อดังอย่างซีดาน เธอเป็นแฟนตัวยงของทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไม่มีแผน คือ แผนที่ดีที่สุด มาโลนทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมให้กับบริษัทแห่งหนึ่งเป็นเวลา 10 ปี เธอไม่เคยคิดจะลาออกแต่ฟุตบอลโลกหญิงที่จะแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศสทำให้เธอเลือกเก็บกระเป๋าและเดินทางไปชมเกม แม้เธอจะต้องแลกมาด้วยการมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งแต่เธอยอม “แม้ฉันจะต้องนอนในไซด์งานคนงานหรือนอนในที่รถแต่ฉันจะยอมแลกเพียงเพื่อต้องการเห็นเมสซี่เล่นในสนาม และต้องการเดินทางไปสนามฟุตบอลหลายที่ในโลกนี้” มาโลนกล่าว และหลังจากนั้นสองเดือนฝันของเธอเป็นจริงเธอได้เดินทางไปที่คัมป์ นูดูเมสซี่วาดลวดลายลูกหนังสมใจและต่อด้วยซานซิโร่ที่อิตาลี สักครั้งในสนามของทีมรัก เธอเดินทางมาต่อที่อังกฤษเธอได้ดูสนามของทีมใหญ่ๆมากมาย แต่สนามที่เธอประทับใจที่สุดคือ เซนต์ เจมส์ ปาร์ค สนามรังเหย้านิวคาสเซิลทีมโปรดของเธอนั่นเอง มาโลนเล่าต่อว่า “มันอัศจรรย์มากที่ได้ดูทีมรักเล่นด้วยตาจริงๆฉันหลงรักนิวคาสเซิล เพราะอลัน เชียร์เรอร์เขาคือสุดยอดกองหน้าของทีมชาติอังกฤษ ฉันดีใจมากๆที่ได้มาที่นี่” กลับสู่ความเป็นจริง หลังจากท่องเที่ยวไปทั่วยุโรปทั้งสนามของอาแจกซ์ของโรม่าและเธอไปต่อที่บราซิล,อุรุกวัยเธอต้องกลับสู่โลกความเป็นจริงนั่นก็คือ การกลับไปทำงานรวมแล้วการเดินทางของเธอใช้เวลายาวนานถึง 6 เดือนซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่นานเอาเรื่องกับการไม่มีรายได้และต้องเดินทางไปด้วยแต่แล้วเมื่อมาโลนถูกถามว่าทำไมเธอถึงต้องมาดูฟุตบอล เธอตอบสั้นๆว่า “ฟุตบอลทำให้ฉันหายเหนื่อย” เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลงเธอกลับไปหางานทำและถึงเวลากลับไปทำงานของเธอสักที และเธอยังบอกอีกว่า “เธอตายตาหลับแล้วเพราะเธอได้ทำในสิ่งที่ต้องการแล้ว” นี่คือเรื่องราวของหญิงสาวผู้ชื่อชอบฟุตบอลเอามากๆกันเลยทีเดียว

เอล ฟินอนมินอน(el phenomenon) ไอ้เหยิน โรนัลโด้

เอล ฟินอนมินอน แปลว่าปรากฏการณ์ซึ่งเป็นฉายาที่ทุกคนตั้งให้กับนักฟุตบอลคนหนึ่งซึ่งเขาคือ “โรนัลโด้” แห่งบราซิลนั่นเอง ปรากฎการณ์ที่ว่านั้นคือปรากฏการณ์ที่เขาทำให้มันเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลของโลก ฝีเท้าของเขาถูกยอมรับด้วยเพื่อนอาชีพมากมายนอกจากนั้นยังสามารถการันด้วยถ้วยแชมป์และรางวัลส่วนตัวนับไม่ถ้วน ถ้าใครทันดูเขาตอนพีคก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือ”โคตรกองหน้าอย่างแท้จริง” ชีวิตวัยเด็ก โรนัลโด้เกิดในครอบครัวที่ยากจนในประเทศบราซิลและเขาเองเป็นลูกคนสุดท้องจากทั้งหมดสามคน พ่อแม่ของเขาแยกทางกันตอนอายุ 11 ปี ทำให้เขาไม่ค่อยจะสนใจเรียนเท่าไหร่นัก หัวใจเขามีให้แต่ฟุตบอลเขาโดดเรียนไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนจนวันหนึ่งเขารู้แล้วว่า ชีวิตของเขาคือฟุตบอล โดยเขาเริ่มเล่นฟุตบอลจากข้างถนนที่มีการพนันเกิดขึ้นเขาจึงหาเงินได้นิดหน่อยจากตรงนั้นและจากจุดนั่นเองก็หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเด็กที่มีทักษะฟุตบอลที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเพราะ ฟุตบอลข้างถนนมีทุกรูปแบบไม่ว่าจะวิธีการเข้าสกัดที่สกปรก การเล่นลูกลักไก่ ซึ่งทั้งหมดไม่มีแม้แต่กรรมการคอยตัดสิน ทำให้โรนัลโด้จึงเป็นนักเตะประเภทที่ไม่พุ่งล้มง่ายๆ จนมีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ต้องหักขาเขานั่นแหละถึงจะหยุดเขาได้” ฟุตบอลอาชีพกับโรนัลโด้ เขาเข้ามาอยู่กับอะคาเดมี่เซา คริสโตเวโอ(Sao cristovao) ด้วยความเก่งของเขาตั้งแต่เด็กทำให้ยังไม่ทันขึ้นชุดใหญ่ครูไซโร่ทีมชื่อดังจากลีกบราซิลดึงเขาไปร่วมทีมและดันโรนัลโด้ลงเล่นชุดใหญ่ทันที เขาลงเล่นให้ครูไซโร่ 14 นัด ยิงไป12 ประตู นั่นถือว่าทำได้ดีมากสำหรับเด็กที่เพิ่งเล่นอาชีพในปีแรก และนั่นเองทำให้เขาได้มีโอกาสไปค้าแข้งที่ยุโรปครั้งแรกในชีวิตกับพีเอสวี ไอนด์โอเฟ่นทีมในลีกฮอลแลนด์ และเขายิงประตูถล่มทลายเขาใช้เวลาสองปีสร้างชื่อให้ตัวเองดังไปทั่วยุโรปและย้ายไปเล่นทีมใหญ่มากมายบนโลกใบนี้ เขาได้แชมป์และรางวัลส่วนตัวมากมายตลอดการค้าแข้งของเขามีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงแน่นอนขาลงเกิดจากอาการป่วยโรคประจำตัวอย่างไทรอยด์ทำให้น้ำหนักตัวของเขาพุ่งขึ้นแต่นั้นก็ยังไม่สามารถหยุดฟอร์มอันร้อนแรงของเขาได้เขายังเดินหนุถล่มประตูอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วด้วยน้ำหนักที่มากเกินไปค่อยๆทำร้ายเขาทีละน้อย จะหัวเข่าของเขารับไม่ไหวหัวเข่าของโรนัลโด้บาดเจ็บหลายครั้งและถูกผ่ามานับไม่ถ้วนทำให้ฟอร์มของเจ้าตัวเริ่มถดถอยและแขวนสตั้ดไปในที่สุด นักฟุตบอลทุกคนรู้ดีว่าถ้าเขาไม่บาดเจ็บเขาจะยังเป็นนักฟุตบอลที่สามารถสร้างผลงานได้อีกมากมายแต่นั่นแหละ ดังที่คนเคยกล่าวถึงโรนัลโด้คนนี้ว่า “ไม่มีอะไรหยุดเขาได้ นอกจากหัวเข่าของเขาเอง”